ดีจ้า...เฮ้อนังอุ้ยอยากจะบร้า...นี่ต้องมาลงใหม่อีกรอบหลังจากลบอินทรี่ที่แล้วไปให้ตายสิตัวอักษรเล็ก  ๆ ใหญ่ ๆ ไม่เท่ากันไหนเลยต้องมานั่งจัดหน้ากระดาษ แถมต้องก็อปลงเป็นช่วง ๆ โอยยย....ปวดใจค่า~!! ตัวอุ้ยเองบรรยายไรทีนี่ยืดยาวมากมาย เหอ ๆ ใช้ภาษาไทยได้สิ้นเปลืองแท้....อยากปรับปรุงนะ..แต่ทำไงได้ชอบอ้ะ วันนี้ลงให้ประมาณครึ่งหนึ่งก่อนนะมันยาวมากแค่ตอนที่ 1 ตอนเดียวซัดไป 14 หน้าเอ4(มันบร้า)แต่ตอนนี้ไม่ได้แตะฟิคคู่นี้เลย ดองไว่นานแล้วตั้งแต่ตอนบร้าใหม่ๆ ไม่แน่ใจว่าจะมีรมณ์มาแต่งต่อไหม เหอ ๆ ๆเอาแน่เอานอนไม่ได้เล้ยอินังอุ้ย

        คู่ที่แต่งคือ คุโรงาเนะ(เจ้าโฮ่งใหญ่)กะเฟย์(เจ้าเหมียวใหญ่?)คู่นี้เป็นคู่จากสึบาสะของแคมป์(เขียนงี้ป้ะ)เด้อ

                                                    ติ..ได้นะ...จะชมก็ได้ (T^T)

[ficสึบาสะ]

คุโรงาเนะxเฟย์

เสียงที่ส่งไปไม่ถึงใจที่แตกสลาย ราวกับแก้วที่ถูกทำหล่น จะมีวันกลับมาเป็นได้ดั่งเดิมหรือ...รอยยิ้มที่เห็น มันซ่อนอะไรไว้รึเปล่า...

ยามเมื่อดาวตะวันลับหายไปจากฟากฟ้า ราตรีกาลเงียบสงบก็มาเยือนอีกครา ดวงจันทราเรียวเล็กยังคงส่องแสงสว่างนวลตาคอยนำพาเหล่าคณะเดินทางจากต่างภพ ให้สามารถเดินต่อไปได้ในยามค่ำคืนที่อันตรายเช่นนี้ กลางป่าเขารำเนาไพร

กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอันประกอบด้วย ร่างเล็ก ๆ ที่มีดวงหน้ากลมมลน่ารักสมวัยดวงตาสีเขียวมรกตกลมโต เส้นผมสีเปลือกไม้ซอยสั้นประบ่าบางไปมานาม ซากุระ ตามมาด้วยร่างสูงสมวัยของเด็กชาย ผิวที่เข้มเล็กน้อย เพราะตากแดด ดวงตาสีเปลือกไม้ที่มุ่งมั่น คอยระแวดระวังภัยที่อาจเกินได้ทุกเมื่อนาม เชาลันคนต่อมาสูงแกร่งผิวเข้มคล้ำแดด สวมใส่อาภรณ์สีดำสนิทดวงตาสีสดดุจดั่งหยาดโลหิต เรือนผมสั้นตั้งตรงสีเดียวกับอาภรณ์ที่สวมใส่ นาม คุโรงาเนะคนต่อมาสูงโปร่งบอบบาง ผิวขาวใสดุจหยาดน้ำนม เรือนผมทอประกายสดใสสว่างไสวดุจแสงของดวงจันทรา  ดวงตาข้างขวาสีอำพันแลดูเศร้าหมอง ที่ตาข้างซ้ายถูกปิดคาดไว้ด้วยผ้าปิดตาสีหมึก นามเฟย์ และสิ่งมีชีวิตอีกตัวหนึ่ง ตัวกลมขาวจั๊วะราวกับขนมมันจูมีหู นาม โมโคน่า

วันนี่พักที่นี่กันก่อนดีไหมครับเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลไหม้เอ่ยถาม

 ก็ดีเหมือนกันน๊า...โมโคน่าเมื่อยจะตายอยู่แล้วล่ะเจ้าขนมมันจูร้องประท้วง พลางโยกตัวไปมา

อย่างแกน่ะได้เดินกับเค้าด้วยรึไง ไอ้ขนมมันจู!” เสียงกร้าวทุ่มดังขึ้นจากปากของร่างสูงแกร่ง ที่บัดนี้ วิ่งไล่เตะเจ้าขนมมันจูสีขาวด้วยเหตุที่ว่า เจ้าขนมมันจูได้มาเกาะอยู่บนหัวของเค้าตั้งแต่เริ่มออกเดินทางออกมาจากหมู่บ้านประหลาดนั่นแล้ว หมู่บ้านประหลาดที่เต็มไปด้วยกลิ่นที่ไม่หน้าไว้ใจ...กลิ่นเหม็นของซากสิ่งมีชีวิต กลิ่นของความเศร้าสลด..

แหม..คุโรปอนก็ โมโคน่าเค้าตัวเล็กจะให้เดินคงไม่ไหวหรอก เน้ออเฟย์ ชายหนุ่มร่างบอบบางเจ้าของดวงตาสีอำพันกล่าวขึ้น รอยยิ้มกว้างถูกระบายขึ้นบนใบหน้าขาวใสเนียนละเอียด ของเฟย์

ช่ายยย...เจ้ามันจูสีขาวเมื่อเห็นทางรอดก็รีบคว้าไว้ก่อนพร้อมเดินไปออดอ้อนชายหนุ่มผิวขาว

เข้าข้างกันนักน๊า!!!” คราวนี้ หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวจึงต้องวิ่งหนีชายหนุ่มร่างสูงแกร่งที่ไล่ตามมาแทน โดยที่ฉากหลังคือ เด็กสาวกับเด็กหนุ่มที่ได้แต่มองตาปริบ ๆ ตามร่างของสองคนกับอีกหนึ่งตัวที่วิ่งไล่วนกันไปมา ภายใต้แสงจันทร์วงรี ผ่านไปสักพักกว่าทั้งสามจะหยุดเกมวิ่งไล่จับยามราตรี ก็ได้เวลาออกหาอาหารประทังชีวิตทั้งห้านี้เสียที โดยที่ องค์หญิงซากุระจากอาณาจักรทะเลทรายกับร่างที่เต็มไปด้วยปริศนาอย่างเชาลันและเจ้ามันจูสีขาวได้ออกไปหาผลไม้บริเวณใกล้ ๆ ส่วนอีกสองคนออกไปหากิ่งไม้แห้งเพื่อนำมาทำฟืน

นี่..คุโรมิ้ว ความเงียบถูกทำลายขึ้นระหว่างคนสองคนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มหวานราวกับเสียงของสกุณาที่กำลังขับร้องบทเพลงยามอรุณ

อะไร..เสียงห้าวตอบกลับมาด้วยความรำคาญ ดวงตาสีแดงสดราวหยาดเลือดชำเลืองมองร่างเล็กกว่าข้างกาย

เชาลันคุงกับซากุระจังน่ะ เค้ารักกันดีจังเนอะ

อืม...

แล้ว คุโรงาเนะกับองค์หญิงโทโมยะก็รักกันมากด้วยใช่ม้า..

เปล่านิ...

เอ๋...ไมล่ะแวมไพร์เลือดผสมแสนงดงามเงยหน้าขึ้นถาม ขณะที่กำลังก้มลงเก็บเศษไม้อยู่ นัยน์ตาสีอำพันช้อนขึ้นมองร่างที่สูงกว่า ดวงตาแสนงดงามแลดูลึกลับที่ดูเหมือนมันจะมอมเมาผู้คนที่เผลอไผลไปจ้องมองมันราวกับสุราชั้นดี  ให้หลงอยู่ภายใต้ความงามอันแสนเย้ายวนของดวงตาแสนสวยข้างนั้น แผงขนตาสีอ่อนงอนยาวเป็นแพเรียงตัวกันสวยราวกับกำลังออดอ้อนอยู่ก็ไม่ปาน ร่างสูงแกร่งเผลอเลอมองร่างโปร่งบางนั้นที่อยู่ใต้แสงจันทร์วงเรียวจนลืมตัว แต่ยังคงไม่ตอบคำถามที่ร่างโปร่งบางตรงหน้าได้ถามเอาไว้ จนร่างตรงหน้านั้นได้คิดตอบแทนเค้าขึ้นมาเอง

เพราะชั้นรึเปล่า...เพราะชั้นเป็นแบบนี้คุโรมิ้วเลยต้องมาคอยดูแลใช่ม้า คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สายตาจ้องมองคนตัวใหญ่กว่าตรงหน้าอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ

ไปเถอะเจ้าพวกนั้นคงรอนานแล้ว คุโรงาเนะพูดตัดบทขึ้นขณะหยิบเศษไม้แห้งกิ่งสุดท้ายมาหอบไว้บนลำแขนแกร่งข้างซ้ายที่บัดนี้มันเป็นเพียงแขนเทียม แต่ถึงกระนั้นก็นับว่าใช้งานได้ดีเยี่ยมไม่ต่างจากแขนข้างเดิมของเค้าสักเท่าไหร่นัก ร่างกำยำ(+ถึก)ของคุโรงาเนะเดินนำร่างโปร่งบางของเฟย์ไป...

..ทิ้งให้ร่างที่อยู่เบื้องหลังได้แต่ทอดมองสายตานั้นไปยังแผ่นหลังแกร่งอันแสนคุ้นเคย...เป็นเพราะเค้าทำให้คน ๆ นี้ไม่ได้อยู่กับคนที่ควรจะอยู่..เป็นเพราะเค้าทำให้คน ๆ นี้ไม่ได้อยู่กับคนที่ควรจะรัก...เพราะเค้าทำให้คนมากมายต้องเดือนร้อน

ความน้อยใจเล็ก ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ โดยที่ร่างโปร่งบางของชายหนุ่มครึ่งแวมไพร์เองก็ไม่รู้ตัว

..........................

..............

ยามอรุณรุ่งสว่างมาถึง..แสงอาทิตย์สาดส่องทำให้ป่าพื้นกว่าที่เคยมืดมิดกลับสดใสขึ้นอีกครา เหล่านกน้อยได้เวลาออกหากินอีกครั้ง แสงของดวงอาทิตย์สาดส่องมาถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ได้ใช้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงาปกคลุมไปเป็นบริเวณกว้างทำให้เห็น คุโรงาเนะชายหนุ่มผู้มีร่างกายแข็งแกร่งนั่งหลับอยู่โดยเอาแผ่นหลังกว้างนั้นอิงไว้กับลำต้นของต้นไม้ใหญ่  ที่บนตักมีร่างของเจ้าตัวกลมสีขาวราวมันจูนอนอยู่ ข้างกายไม่ไกลนักมีสองชีวิตหนึ่งคือเด็กสาวนาม ซากุระ และสองคือเด็กชายที่นอนอยู่ไม่ไกลนักนาม เชาลัน แสงของดวงอาทิตย์ร้อนแรงที่มากระทบกับเปลือกตาหนาของชายหนุ่มร่างสูงทำให้เค้าต้องตื่นขึ้นอย่างหัวเสีย  เรตินาสีแดงสดเหลือบมองรอบข้างกับไม่พบร่างของเจ้าตัวป่วนโลกที่ควรจะอยู่แถวนี้

...หายไปไหนของมัน...

คำถามแรกของยามเช้าแสนสดใสดังขึ้นในหัวของเขา ก่อนจะลุกขึ้นอย่างป